FANPAGE  

 

   

ผู้ที่ออนไลน์ใน ขณะนี้  

มี 3 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

   

จำนวนผู้เข้าชม  

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday19
mod_vvisit_counterYesterday23
mod_vvisit_counterThis week73
mod_vvisit_counterLast week132
mod_vvisit_counterThis month357
mod_vvisit_counterLast month583
mod_vvisit_counterAll days10719

Online Now: 2
Your IP: 54.80.113.118
,
Today: ตุลาคม 20, 2014
   

website ภายใน  


เว็บไซต์ศูนย์อาเซียนโรงเรียนบึงกาฬ
เว็บไซต์ห้องสมุดโรงเรียนบึงกาฬ
facebook โรงเรียนบึงกาฬ
เว็บไซต์คอมพิวเตอร์โรงเรียนบึงกาฬ 

   

เพลง To Be No.1

รายละเอียด

TO BE NUMBER ONE คืออะไร

รายละเอียด

 


TO BE NUMBER ONE 
1. โครงการ TO BE NUMBER ONE คืออะไร 
โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธาน ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 
1. การรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 
2. การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชนในชุมชน 
3. การสร้างและพัฒนาเครือข่าย

2. การสมัครสมาชิก 
นักเรียน / นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สนใจสมัครสมาชิกได้ที่ 
- ชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษา 
- ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชน / เขต / จังหวัด ที่อาศัยอยู่ 
- ภูมิภาค สมัครได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 
- กรุงเทพมหานคร สมัครได้ที่ สำนักงานเขต 

3. สมาชิกได้รับสิทธิอะไรบ้าง 
1. สามารถเข้าร่วมกิจกรรมของชมรม TO BE NUMBER ONE  ได้ทุกกรณี 
2. ผู้สมัครสมาชิกได้รับเข็ม TO BE NUMBER ONE  
3. ผู้ติดยาเสพติดสามารถเข้ารับการบำบัดรักษาฟรีได้ที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ 

4. หน้าที่ของสมาชิก 
1. เป็นแกนนำในการหาสมาชิกเข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างเครือข่ายสมาชิกในการต่อต้านยาเสพติดให้กว้างขวางมากขึ้น 
2. สมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมในการต่อต้านยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง 
3. ร่วมสอดส่องดูแลถึงเพื่อนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงให้ห่างไกลยาเสพติดหรือหากพบเพื่อนที่เป็นกลุ่มเสพที่แจ้งเบาะแสแก่ครู อาจารย์ 
4. ทำหน้าที่คอย ?ปรับทุกข์ ? ผูกมิตร? กับเพื่อนที่ติดยาเสพติดและกลับตัวเป็นคนดีเพื่อให้ก้าวสู่สังคมได้อย่างมั่นใจ 

5. การจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE
ชมรม TO BE NUMBER ONE  เกิดจากการรวมตัวกันของสมาชิก TO BE NUMBER ONE  จัดตั้งเป็นชมรมโดยมีองค์ประกอบ 3 ก ได้แก่ 
กรรมการ โดยสมาชิก TO BE NUMBER ONE  คัดเลือกกรรมการเพื่อบริหารจัดการชมรม มีบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งอย่างน้อย 5 คน ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ กรรมการ 
กองทุน กรรมการและสมาชิกร่วมดำเนินการจัดตั้งกองทุนเพื่อนำเงินรายได้หมุนเวียนใช้จ่ายในชมรม ซึ่งเป็นแนวทางสู่ความยั่งยืนของชมรม รวมถึงทรัพย์สินของชมรมด้วย 
กิจกรรม สนับสนุนให้สมาชิกใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เกิดความภาคภูมิใจ และมองเป็นคุณค่าของตนเอง อันเป็นหนทางห่างไกลยาเสพติด รวมทั้งให้โอกาสและสนับสนุนการคืนสู่สังคมของสมาชิก ?ใครติดยายกมือขึ้น? เช่น การฝึกและจัดหาอาชีพให้ เป็นต้น 

6. กิจกรรมในชมรมมีอะไรบ้าง 
กิจกรรมในชมรม คือกิจกรรมสร้างสรรค์อะไรก็ได้ที่ให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วม และดูแลช่วยเหลือกันระหว่างสมาชิก เช่น กิจกรรมด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ เป็นต้น โดยมี TO BE NUMBER ONE FRIEND CORNER เป็นรูปแบบสำเร็จรูปที่ชมรมต่าง ๆ สามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินการในชมรม TO BE NUMBER ONE  ของตน 

7. ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น หรือ TTO BE NUMBER ONE  FRIEND CORNER คืออะไร 
ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น หรือ TO BE NUMBER ONE FRIEND CORNER จัดตั้งขึ้นภายใต้การดำเนินโครงการ TO BE NUMBER ONE  เพื่อตอบสนองความต้องการของวัยรุ่น ที่ต้องการสิ่งพึ่งพาทางจิตใจ โดยเฉพาะจากผู้ที่มีความรู้และทักษะการให้คำปรึกษาวัยใกล้เคียงกัน หรือวัยเดียวกัน ช่วยเหลือให้คำแนะนำในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน และให้วัยรุ่นมีสถานที่ที่เหมาะสมในการทำกิจกรรมที่สนใจร่วมกันที่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย ได้รับประสบการณ์เพิ่มพูนทักษะจากการฝึกแก้ปัญหาและพัฒนาภาวะความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยมีแนวคิด 
?ปรับทุกข์ สร้างสุข แก้ปัญหา พัฒนา EQ?


8. ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นมีบริการอะไรบ้าง 
ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นให้บริการโดยอาสาสมัครประจำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นที่มีวัยใกล้เคียงกัน หรือวัยเดียวกันกับวัยรุ่น ซึ่งมีบริการดังนี้ 
1. บริการให้คำปรึกษา สำหรับผู้ที่ต้องการพูดคุยปรึกษาปัญหาต่าง ๆ มีบริการ 2 ลักษณะ คือ บริการปรึกษาเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่ม โดยอาสาสมัครประจำศูนย์ ฯ และบริการปรึกษาทางโทรศัพท์ 
2. บริการฝึกคิดแก้ปัญหาพัฒนา EQ สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของตนเอง มีบริการด้วยกิจกรรม 2 ลักษณะ คือ 
การเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยคอมพิวเตอร์จากคู่มือการเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมถึงการเรียนรู้ทางระบบอินเตอร์เนต นอกจากนี้สามารถศึกษาหรือประเมินตนเองจากแบบประเมินต่าง ๆ เช่น แบบประเมิน EQ แบบประเมินความเครียดที่สามารถวิเคราะห์และประเมินผลให้ผู้ใช้บริการ ทราบผลได้ทันที หรือจากจุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง หากผู้ใช้บริการยังไม่สามารถค้นพบตัวเอง หรือค้นพบแนวทางการแก้ไขปัญหาในระดับที่พึงพอใจ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมพัฒนา EQ และกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชน โดยอาสาสมัครจะเป็นผู้ดำเนินกิจกรรม กิจกรรมดังกล่าวจะสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากยาเสพติด ซึ่งนอกจากจะทำให้วัยรุ่นได้รับความสนุกสนาน ได้รู้จักเพื่อนแล้วยังทำให้วัยรุ่นได้พัฒนา EQ ของตนเอง และเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและปลอดภัยจากยาเสพติด 
3. บริการกิจกรรมเสริมทักษะเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างสุข เป็นบริการแนะนำ และฝึกกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสนใจของเยาวชน โดยอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ ร้องเพลง เต้นรำ DJ และอื่น ๆ เป็นต้น 

9. ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในชุมชนเมือง 
ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในชุมชนเมือง ประกอบด้วย ชุมชนเมืองในเขตกรุงเทพมหานคร และภูมิภาค ดังนี้ 
ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดตั้งขึ้น 4 แห่ง ได้แก่ 
 
- ศูนย์การค้าแฟชั่นไอล์แลนด์ 
- ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ 
- ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์รังสิต 
- ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค

ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในจังหวัดภูมิภาค กำหนดจัดตั้งจังหวัดละ 1 แห่ง รวม 75 จังหวัด 
โดยให้ใช้พื้นที่ศูนย์การค้าหรืออาคารในชุมชนเมืองที่เป็นแหล่งนัดพบของวัยรุ่น ที่มีขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80 ตารางเมตร เพื่อให้สามารถแบ่งส่วนให้บริการได้เป็น 3 ส่วน คือ บริการให้คำปรึกษา บริการแก้ปัญหาและพัฒนา EQ และบริการสร้างสุขด้วยดนตรี กีฬา และศิลปะ 
ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในชุมชนเมืองให้บริการโดยอาสาสมัครประจำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น ได้แก่ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของกรมสุขภาพจิต โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 20.00 น. ขณะนี้เปิดทำการแล้ว 5  แห่ง ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอล์แลนด์ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์รังสิต ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแคและในภูมิภาค ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแอร์พอร์ต พลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ 

10. ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในชุมชนชนบท 
กำหนดจัดตั้งขึ้นในจังหวัดภูมิภาค 75 จังหวัด ไม่เกิน 100 แห่ง โดยจัดหาสถานที่ ที่เหมาะสมตามแนวทางที่กำหนดภายในหมู่บ้าน เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือศูนย์เยาวชนซึ่งเลิกใช้แล้ว อาคารในในสวนสาธารณะที่วัยรุ่นและเยาวชนมาใช้บริการได้สะดวก หรือใช้พื้นที่ในอาคารในชุมชนชนบทที่มีขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตารางเมตร และจัดสัดส่วนการให้บริการเป็น 3 ส่วน คือ บริการให้คำปรึกษา บริการแก้ปัญหาและพัฒนา EQ และให้บริเวณสวนและสนามด้านนอกสำหรับการเรียนรู้และเล่นดนตรี กีฬา และศิลปะ กรณีพื้นที่น้อยให้ปรับใช้พื้นที่ตามช่วงเวลาการให้บริการ 

11. การจัดตั้งศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในสถานศึกษา 
กำหนดจัดตั้งขึ้นใน 75 จังหวัด 150 แห่ง กรุงเทพมหานคร 50 แห่ง โดยใช้พื้นที่ในอาคารเรียน หรืออาคารใดอาคารหนึ่ง หรือมุมใดมุมหนึ่ง ในที่ตั้งของชมรม TO BE NUMBER ONE  ของสถานศึกษานั้น หรือจัดหาพื้นที่ใหม่แยกเป็นศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นต่างหาก 

12. สื่อและเทคโนโลยีประจำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น 
สื่อและเทคโนโลยีประจำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นประกอบด้วย หนังสือคู่มือและ CD ชุดเทคโนโลยีสำหรับเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยเป็นความรู้เกี่ยวกับวัยรุ่นและเป็นคู่มือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ 
1. สะท้อนภาพวัยใส สะท้อนใจวัยทีน 
2. เพื่อนช่วยเพื่อน 
3. สานสายใยหัวใจรัก 
4. สอนวัยรุ่นไม่วุ่นอย่างที่คิด 
5. คู่มือการจัดกิจกรรมฝึกคิดแก้ปัญหาพัฒนา EQ 
6. คู่มือการจัดกิจกรรมการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชนในชุมชน 

13. สถานที่ติดต่อโครงการ โครงการ TO BE NUMBER ONE และ TO BE NUMBER ONE  FRIEND CORNER
1. สำนักงานโครงการ TO BE NUMBER ONE  กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ นนทบุรี 11000 
    โทรศัพท์ 0 2951 1373 , 0 2950 8888 โทรสาร 0 2951 1365 , 0 2951 1374 
2. ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นเดอะมอลล์บางแค ชั้น 4 โซนสวนสนุก โทร 02-4544781,02-4544697
3. ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นแฟชั่นไอล์แลนด์ บริเวณชั้น 2 ฝั่งโฮมโปร 
    โทรศัพท์ 0 2877 6256-8 
4. ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ บริเวณชั้น 4 ฝั่ง EGV 
    โทรศัพท์ 0 2864 1727-9 
5. ศูนย์ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ชั้น 3 โซน IT Mobile 
    โทรศัพท์ 0 9580011 ต่อ 1496-7 

โค๊ด:

แผนปฏิบัติการชมรม To Be Number One โรงเรียนบึงกาฬ

รายละเอียด

ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาโครงสร้างชมรมให้คลอบคลุมทุกฝ่ายและจัดระบบการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม
เป้าประสงค์ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการดำเนินชม To Be Number One อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จในการดำเนินงานโครงการ To Be Number One
ระดับที่ 1 แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาชมรม คณะกรรมการดำเนินงานชมรม
ระดับที่ 2 มีการประชุมคณะกรรมการทำงาน อย่างน้อย 2 เดือน/ครั้ง
ระดับที่ 3 มีการจัดทำแผนการดำเนินงานชมรม แบบบูรณาการ
ระดับที่ 4 ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินงานชมรม To Be Number One
ระดับที่ 5 เกิดนวัตกรรมและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการดำเนินงานอย่างน้อย 1 เรื่อง

ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนารูปแบบการประชาสัมพันธ์เพื่อรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสให้ทั่วถึงและคลอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเป้าหมาย นักเรียนในโรงเรียนบึงกาฬ สมาชิกเครือข่ายแกนนำ To Be Number One และนักเรียนโรงเรียนเครือข่ายตัวชี้วัด 1.1 ระดับความสำเร็จของการจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างกระแสโครงการ To Be Number One ป้องกันปัญหายาเสพติด

ระดับที่ 1 มีแผนการประชาสัมพันธ์
ระดับที่ 2 มีผู้รับผิดชอบประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจน
ระดับที่ 3 มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสาธารณะอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
ระดับที่ 4 มีการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผน
ระดับที่ 5 จำนวนสมาชิก To Be Number One ในโรงเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาบุคลากรและแกนนำเยาวชนให้มีความรู้ทักษะในการบริหารโครงการ To Be Number One และศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น
เป้าประสงค์ที่ 1 นักเรียนในโรงเรียนบึงกาฬ
ตัวชี้วัด ร้อยละ 90 ของแกนนำเยาวชน ได้รับการฝึกอบรมในเรื่องการดำเนินงานในศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น
ร้อยละ 80 ของแกนนำเยาวชนที่ผ่านการอบรมสามารถจัดกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชนในโรงเรียนและโรงเรียนเครือข่าย
ร้อยละ 80 ของชมรมได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายในการดำเนินกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิต ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในโรงเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาบุคลากรและแกนนำเยาวชนให้มีความรู้ทักษะในการบริหารโครงการ To Be Number One และศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น
เป้าประสงค์ที่ 2 เยาวชนมีทักษะชีวิตในการป้องกันปัญหายาเสพติด
ตัวชี้วัด 1. มีแผนการถ่ายทอดความรู้ด้านทักษะชีวิตในการป้องกันปัญหายาเสพติด
2. มีแผนการป้องกันยาเสพติดลดละเลิกยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
3. มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสาธารณะอย่างน้อย 5 ช่องทาง
4. ร้อยละ 100 ของชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการ มีนโยบายในการป้องกันยาเสพติด และนำสู่การปฏิบัติ

 

   
© ALLROUNDER